วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ค่ายกสิกรฯ แนะนักลงทุนจับตาปัจจัยกระทบตลาดหุ้นไทย สัปดาห์หน้า


โดย : นางสาวศศิวรรณ กิตติรุจิระกุล 5005106015 วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์การเงิน




ค่ายกสิกรฯ ฉายภาพรวมตลาดหุ้นไทย สัปดาห์หน้า แนะจับตาตัวเลข "จีดีพี" ของสภาพัฒน์ วันจันทร์ และผลการประชุม กนง.ในวันพุธ ส่วนปัจจัยต่างประเทศ นักลงทุนต้องติดตามความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน ทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค ตลอดจนการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ยอดขายบ้านใหม่เดือนกรกฎาคม 2552 และการประกาศตัวเลข "จีดีพี" ไตรมาส 2/2552




บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย จำกัด และบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ประเมินภาวะตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า โดยคาดว่า ดัชนีน่าจะแกว่งตัวอยู่ในกรอบที่จำกัด ขณะที่นักลงทุนรับรู้ข่าวในเชิงบวกเกี่ยวกับตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาส 2/2552 ไปในระดับหนึ่งแล้ว ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามนั้น นอกจากการรายงานตัวเลขจีดีพีดังกล่าวโดยสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในวันจันทร์ ยังมีผลการประชุมนโยบายการเงินของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 26 สิงหาคม 2552 รวมทั้งประเด็นทางการเมืองในประเทศ ขณะที่ปัจจัยในต่างประเทศที่สำคัญ คงจะต้องติดตามความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน และทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค ตลอดจนการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ยอดขายบ้านใหม่เดือนกรกฎาคม 2552และจีดีพีไตรมาส 2/2552 (ขั้นต้น) ทั้งนี้ บล.กสิกรไทย คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 627 และ 615 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 646 และ 660 จุด ตามลำดับ สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นไทย ช่วงวันที่17-21 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 644.63 จุด ปรับตัวลดลงร้อยละ 1.47 จาก 654.25 จุดในสัปดาห์ก่อน แต่พุ่งขึ้นร้อยละ 43.26 จากสิ้นปี 2551 ขณะที่มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสัปดาห์เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.73 จาก 82,325.78 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ 101,039.06 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ลดลงจาก 20,581.45 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 20,207.81 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันขายสุทธิที่ 3,224.77 ล้านบาท และ 1,791.98 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิที่ 5,016.75 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ปิดที่ 178.13 จุด ขยับลงร้อยละ 1.17 จาก 180.24 จุดในสัปดาห์ก่อน แต่พุ่งขึ้นร้อยละ 9.33 จากสิ้นปีก่อน



คำถาม

1.บล.กสิกรไทย คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับและแนวต้านที่เท่าใด

2.สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นไทยที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 644.63 จุด ปรับตัวลดลงร้อยละ 1.47 ในช่วงวันเวลาใด

3.(สศช.) เป็นอักษรย่อของสำนักงานใด

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ชงครม.สร้างท่าเรือน้ำลึก'ปากบารา'1.14หมื่นล้าน

โดย น.ส.สินีนาถ ศรีสินอำไพ (5005106013)

"เกื้อกูล" เตรียมชงครม.อนุมัติโครงการก่อสร้างท่าเรือนำลึกปากบาราระยะที่ 1 มูลค่า 1.14 หมื่นล้านบาท ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ เพื่อช่วยรองรับการขนส่งทางน้ำฝั่งทะเลอันดามัน..

(16 ส.ค.) นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล ว่า ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ กระทรวงคมนาคมจะเสนอแผนการดำเนินโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา ระยะที่ 1 มูลค่า 1.14 หมื่นล้านบาท ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานและดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีมูลค่าเกิน 1 พันล้านบาท

นายเกื้อกูล กล่าวว่า ตามแผนงานเบื้องต้น จะแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 เริ่มตั้งปีงบประมาณ 2553-2558 รวมระยะเวลาก่อสร้าง 48 เดือน ประกอบด้วย งานก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกเป็นท่าเทียบเรือสินค้าคอนเทนเนอร์ จำนวน 3 ท่า ความยาวรวม 750 เมตร และท่าเรือบริการ ความยาว 212 เมตร อาคารปฏิบัติงาน สะพานและถนนเข้าสู่ท่าเรือน้ำลึก และทางรถไฟเข้าท่าเรือ วงเงิน 1.14 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น ค่าก่อสร้าง 8.6 พันล้านบาท ค่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ 2.6 พันล้านบาท และค่าควบคุมงาน 139 ล้านบาท ระยะที่ 2 เป็นการถมทะเลและก่อสร้างท่าเรือให้มีความยาวหน้าท่าเพิ่มอีก 500 เมตร รวมความยาวหน้าท่า 1,250 เมตร ลานกองตู้คอนเทนเนอร์มีความยาวเพิ่มอีก 500 เมตร วงเงิน 5.4 พันล้านบาท แบ่งเป็น ค่าก่อสร้าง 3.7 พันล้านบาท ค่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ 1.7 พันล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้างรวม 3 ปี คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2562

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวต่อไปว่า และระยะที่ 3 เป็นงานก่อสร้างท่าเรือให้มีความยาวเพิ่มจากระยะที่ 2 อีก 1,000 เมตร ลานกองตู้คอนเทนเนอร์มีความยาวรวม 2,250 เมตร วงเงิน 9.2 พันล้านบาท แบ่งเป็น ค่าก่อสร้าง 5.8 พันล้านบาท ค่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ 3.3 พันล้านบาท เมื่อ ครม.เห็นชอบก็จะได้เริ่มดำเนินโครงการ ที่ผ่านมาการจัดทำแผนค่อนข้างล่าช้า เพราะการพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และเห็นว่าโครงการมีความจำเป็น เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อการขนส่งสินค้าของประเทศ โดยท่าเรือปากบาราจะเป็นท่าเรือน้ำลึกฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งจะเชื่อมโยงการขนส่งทางเรือไปยังประเทศตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป

นอกจากนั้น การก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา ยังจะเป็นประตูรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม และสะพานเศรษฐกิจ (LAND BRIDGE) สำหรับเชื่อมต่อกับฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการเชื่อมต่อระบบรางและถนน เพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้าจากแหล่งผลิตภายในประเทศ รวมทั้งประเทศเพื่อบ้านเข้าถึงท่าเรือได้โดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม จากผลศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้นพบว่า สินค้าที่จะมาใช้ท่าเรือปากบารา เช่น สินค้าภาคใต้ อาหารฮาลาล สินค้าภาคอื่นๆ การนำตู้เปล่าเข้ามาซ่อมหรือล้างเพื่อส่งต่อไปยังกรุงเทพฯ สินค้าจากจีนตอนใต้ และสินค้าจากพม่า บังคลาเทศ โดยคาดว่าจะมีปริมาณสินค้าผ่านท่าสูงสุดที่ปีละ 2.4 ล้านทีอียู


แหล่งข่าว : http://www.thairath.co.th/eco
วันที่ : 17 ส.ค. 52

.......................................

คำถาม
1.) นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ดำรงตำแหน่งอะไร?
2.) โครงการก่อสร้างท่าเรือนำลึกปากบาราระยะที่ 1 มีมูลค่าเท่าไหร่?
3.) ตามแผนงานเบื้องต้น จะแบ่งการก่อสร้างออกเป็นกี่ระยะ?

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2552

น.ส วิลาสินี ชูหวาน 5005106016
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะหุ้น 07/08/52



Written by SW-พิราบขาว
Friday, 07 August 2009 10:01
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 07/08/52ต้องเริ่มระมัดระวังแรงขาย...มีสิทธิกดดันให้ตลาดแกว่งลงได้!? กลยุทธ์การลงทุน แม้ว่าจะยังสามารถเลือกหุ้นเข้าเทรดดิ้งต่อเนื่องได้ไปจนถึงสัปดาห์หน้า เพราะยังมีอีกหลาย บจ. ที่คาดว่าจะมีผลการดำเนินงานไตรมาส 2/52 ที่ดีรอประกาศอยู่ และนักลงทุนต่างประเทศยังคงมียอดซื้อสุทธิต่อเนื่องในตลาดหุ้นไทย แต่จากจังหวะการแกว่งตัวของตลาดหุ้นต่างประเทศที่เห็นในระยะนี้ แสดงว่าเริ่มมีแรงขายทำกำไรออกมาพอสมควรด้วย ทำให้ FNSYRUS แนะนำให้เริ่มทยอยทำกำไรบ้าง เพื่อลดความเสี่ยงจากการ Sell on Fact หลังการประกาศงบฯ ไตรมาส 2 เสร็จสิ้นในสัปดาห์หน้า รวมถึงอาจมีปัจจัยลบจากการที่ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลง เนื่องจากแรงกดดันของการเปิดประมูลพันธบัตรรอบใหม่ ซึ่งคาดว่าจะทำให้ดอลลาร์แข็งค่าช่วงสั้นๆ กดดันตลาดหุ้นได้ นอกจากนี้ประเด็นการเมืองในบ้านเราก็ดูเหมือนจะร้อนแรงขึ้นมาพอควรด้วยประเด็นสำคัญต่างประเทศ ตัวเลขที่สำคัญเมื่อคืนนี้เป็นตัวเลขในตลาดแรงงานซึ่งเริ่มแสดงความมีเสถียรภาพ โดยผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงมากกว่าคาด โดยลดลง 3.8 หมื่นรายในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 1 ส.ค. แต่ Dow Jones ก็ยังปรับลงเป็นวันที่ 2 อีก 24.71 จุด VIX กลับมาปรับตัวขึ้น 3% มาอยู่ที่ 25.96 จุด เพราะตลาดรอตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ค. ที่จะประกาศคืนนี้ ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าเล็กน้อย ราคาน้ำมันปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากเมื่อวาน เราเห็นว่าดอลลาร์น่าจะแข็งค่าในสัปดาห์หน้าจากการประมูลพันธบัตร US$7.5 หมื่นล้านในวันที่ 11 - 13 ขณะที่ Barclays คาดว่า NYMEX จะพุ่งเกิน US$74 ในเร็วๆ นี้จากสัญญาณทางเทคนิคที่อยู่ในช่วงขาขึ้น Cohen ประธาน Global Markets Institution ของ Goldman Sachs กล่าวว่า Bull market เพิ่งเริ่มต้น โดยการวิ่งขึ้นรอบใหม่นี้จะนำโดยกลุ่ม Cyclical เช่นพลังงาน สถาบันการเงิน และเทคโนโลยี ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) คงอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิมที่ 0.5% ตามตลาดคาด แต่สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้ตลาดคือการตัดสินใจเพิ่มการอัดฉีดเม็ดเงินเข้ามาในระบบ (QE) โดยเพิ่มวงเงินซื้อพันธบัตรอีก 50 พันล้านปอนด์ จาก 125 พันล้านปอนด์ เป็น 175 พันล้านปอนด์ ซึ่งสูงกว่าเป้าเดิมที่รัฐบาลตั้งไว้ตอนแรก 150 พันล้านปอนด์ ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าทันทีกว่า 1% สัญญาณดังกล่าวไม่ดีนักเพราะอาจตีความได้ว่าเศรษฐกิจในประเทศอังกฤษยังมีปัญหาและยังไม่ฟื้นตัวจริง ทำให้รัฐบาลต้องอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอีก โดยยอมแลกกับเงินเฟ้อที่อาจพุ่งสูงมากในอนาคต อย่างไรก็ตาม BOE ให้ความเห็นว่าเศรษฐกิจผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องกระตุ้นต่อเนื่อง

ค่าระวางเรือ (BDI) ปรับลงต่อเป็นวันที่ 6 อีก 108 จุด ปิดที่ 2,907 จุด

ประเด็นสำคัญในประเทศ นายกฯ แถลงผลงาน 6 เดือน ชี้เศรษฐกิจไทยผ่านจดต่ำสุดแล้ว และเริ่มฟื้นตัวแบบ V shape คาดว่าไตรมาส 4/52 GDP กลับเป็นบวก

Technical View : “ดัชนีขยับขึ้นทดสอบ 650 จุดอีกครั้ง ถ้าผ่านได้ก็มีลุ้นเข้าใกล้ 660 จุด แต่คาดว่าใกล้ที่จะจบรอบขึ้นแล้ว ดังนั้นต้องเตรียมเงินสดไว้สำหรับการรอรับต่ำด้วย...”

แนวรับ : 645*** , 635 - 630* , 610**

แนวต้าน : 650-652** , 658-662***Technical Picks:TICON (Bt 6.30 เป้าเทคนิค 6.80 cut loss ถ้าหลุด 6.10)LST (Bt 2.96 เป้าเทคนิค 3.20 cut loss ถ้าหลุด 2.90)MLINK (Bt 1.18 เป้าเทคนิค 1.30 cut loss ถ้าหลุด 1.15)



คำถาม 1.ใครเป็นคนแนะนำให้ทยอยทำหำไรบ้าง
2. ใครเป็นประธาน Global Markets Institution ของ Goldman Sachs
3. โดยกลุ่ม Cyclical ประกอบด้วย

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ครม.อนุมัติหลักเกณฑ์ใช้งบประมาณโครงการลงทุนไทยเข้มแข็ง

จัดทำโดยนางสาวชุษณี ตองอ่อน
5005106002


นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบหลักเกณฑ์และระเบียบปฏิบัติในการใช้จ่ายงบประมาณตามโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 55 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ หลังผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วว่าสามารถนำไปใช้เป็นหลักเกณฑ์ปฏิบัติได้
ทั้งนี้ ช่วงแรกรัฐบาลสามารถเริ่มประมูลโครงการลงทุนได้เฉพาะส่วนที่ไม่เป็นงบผูกพันหลายปี เนื่องจากขณะนี้เม็ดเงินลงทุนที่จะนำมาใช้ตาม พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ วงเงิน 4 แสนล้านบาท ยังไม่ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา "จะเริ่มประมูลได้หากเป็นงบที่ไม่ผูกพันหลายปี เพราะ พ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทยังไม่ผ่านสภา ดังนั้น โครงการที่เริ่มประมูลได้ จะต้องเป็นโครงการที่ไม่ได้ใช้เงินกู้จาก พ.ร.บ.ในส่วนนี้ที่มีไว้สำหรับโครงการระยะยาว" นายกอร์ปศักดิ์ กล่าว นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลักเกณฑ์การใช้จ่ายงบประมาณตามโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งจะไม่อนุญาตให้มีการโอนโครงการลงทุนข้ามกระทรวง ซึ่งหากมีเงินงบประมาณเหลือใช้ให้นำส่งคืนคลัง ขณะที่การโอนโครงการลงทุนกันเองระหว่างหน่วยงานหรือในกระทรวงสามารถดำเนินการได้ เพียงแต่ต้องทำเรื่องเสนอให้ ครม.พิจารณาอนุมัติก่อน นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยังเห็นชอบให้มีการเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ที่มีตนเองเป็นประธาน จากเดิมที่มีอำนาจติดตามและเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐให้สามารถเบิกจ่ายสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรายงานต่อนายกรัฐมนตรีและครม.นั้น ได้มีการเพิ่มอำนาจให้ติดตามและเร่งรัดการใช้จ่ายเงินตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 (SP2)
คำถาม
ข้อ1)ภาครัฐให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่ออะไร
ข้อ2)การประมูลมีมูลค่ากูเงินจากพ.ร.บ.เท่าไหร่
ข้อ3)โครงการนี้จัดขึ้นเพราะเหตุใด

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เวิลด์แบงก์ยันศก.โลกเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว

จัดทำโดยนางสาว กัญจนากร เอื้อพัฒนพงศ์ 5005106006

เวิลด์แบงก์ยืนยันเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ระบุผ่านจุดต่ำสุดแล้ว คาดปีนี้เศรษฐกิจโลกติดลบ 2.9% ปี"53 พลิกกลับมาเป็นบวก 2%



น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) กล่าวว่า วิกฤติเศรษฐกิจโลกได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างช้า ๆ โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้จะหดตัว 2.9% และจะขยายตัวเป็นบวก 2% ในปีหน้า ขณะที่เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะกลับมาขยายตัวเป็นบวก 1.8% ในไตรมาส 4 ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยทั้งปี 2552 จะติดลบ 2.7%



"หลังจากวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้โครงสร้างเศรษฐกิจโลกจะเปลี่ยนแปลงไป การบริโภคของสหรัฐจะลดลง การแข่งขันทางการค้าจะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการสินค้าส่งออกของไทยลดลง"



นอกจากนี้ สภาพคล่องของโลกจะเพิ่มขึ้นตามการออมที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลให้มีการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนมาสู่ภูมิภาคเอเชียเพิ่มขึ้นและทำให้เงินบาท



ข้อมูลจากhttp://www.bangkokbiznews.com/



คำถาม

1.น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร คือใคร

2.คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาขยายตัวเป็นบวก 1.8% ในไตรมาส ที่เท่าไร

3.น.ส.กิริฎา เภาพิจิตรคาดว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้จะหดตัว เท่าไร และจะขยายตัวเป็นเท่าไรในปีหน้า