วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

หุ้นเด็ด เคที ซีมิโก้

จัดทำโดย นางสาว ศศิวรรณ กิตติรุจิระกุล 5005106015




SET Index ปิด 582.74 จุด -5.12 จุด (-0.88%) มูลค่าการซื้อขาย (ลบ.) 20,465



แนวโน้ม: ดัชนีทำได้ดีสุดเมื่อวานนี้ คือเกือบแตะ 600 จุด พอหลังจากนั้นดัชนีก็เริ่มเผชิญกับแรงขายทำกำไรหนักขึ้น ยิ่งภาคบ่ายถึงกับทำให้ดัชนีเสียศูนย์ นำไปสู่แรงขายทั่วกระดาน หยุดการปรับตัวขึ้นที่เร้าร้อนก่อนหน้าไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งหากดัชนีสามารถค้างตัวในระดับบนได้โดยไม่เหวี่ยงตัวกลับลงมาจนติดลบไปนั้น โครงสร้างของดัชนีจะเป็นบวกอย่างมากมีความหมายของการขึ้นไปยืนเหนือ 600 จุดได้ ตอนนี้ดัชนีจึงเหมือนว่าอยู่บนทางเลือกว่าจะขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 602 จุดอีกครั้ง หรือจะปรับตัวลงหาฐานเดิมที่บริเวณ 560-550 จุดที่กล่าวเช่นนี้เนื่องจากว่าดัชนีไม่หลุดเส้น EMA ในระยะสั้นตั้งแต่ 5 วันถึง 25 วัน ขณะที่MACD กลับหยุดอยู่กับที่ และยังมีแรงหนุนเชิงจิตวิทยาจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาในช่วงนี้ รวมทั้งต้นทุนของรายย่อยน่าจะปรับมาใกล้เคียงกัน หลังจากเทขายมาตลอดก่อนหน้า ดังนั้นจึงคาดว่าดัชนีจะมีลักษณะประคองตัวถึงปรับขึ้นอีกครั้ง แต่หากสุดท้ายดัชนียังทรุดตัวลงไปต่อ การเหวี่ยงตัวลงจะรุนแรง เพราะแรงขายจะไหลออกมาได้ง่าย การเข้าลงทุนช่วงนี้จึงคงแนะนำเพียงแค่เล่นสั้นๆ ไปก่อน เพื่อดูความชัดเจนของดัชนีอีกครั้ง และหากต่ำกว่า 578 จุดควรถอยห่างจากตลาด คำแนะนำ: เล่นเก็งกำไรจบในวัน แนวรับ: 578 / 560 แนวต้าน: 590 / 602LHปิด 5.05 บาท +0.17 (+3.48%)ในที่สุดราคาได้กระชากตัวผ่านเส้น Downtrend ขนาดเล็กที่ 4.92 บาทได้ และมีลุ้นของการสร้างรูปแบบ V-Shape ขึ้นด้วย ในระยะสั้นจึงเกิดสัญญาณบวก มีพื้นที่ให้ขยับได้อีก เมื่อ RSI อยู่ห่างจาก Overbought ด้วย คำแนะนำ: ซื้อแนวรับ: 4.92 / 4.72 แนวต้าน: 5.45 / 6BANPUปิด 312 บาท -4 (-1.27%)ในระยะสั้นหากพิจารณาตาม Pattern ของราคาที่กำลังอ่อนตัวลง โดยมีเส้น Downtrend กดดันราคาไว้ สมทบด้วย Black Candlestick ที่มีขนาดใหญ่สุดในช่วง 2-3 วันราคาจึงเผชิญกับความเสี่ยงของการปรับลงอย่างมากคำแนะนำ: ขายแนวรับ: 306 / 295 แนวต้าน: 329SCIBปิด 16.90 บาท -0.00 (-0.00%) แม้ว่าราคาจะยังผ่านแนวต้านเส้น Uptrend บริเวณ 17.60 บาทไม่ได้ แต่ก็ยังเก็บอาการได้ดี ไม่มีเอียงลง ดังนั้นจึงคงคาดหวังการขึ้นทดสอบแนวต้านดังกล่าวได้อยู่ จาก Indicators ที่หนุนราคาเช่นเดิม คำแนะนำ: ซื้อแนวรับ: 15.70 / 14.80 แนวต้าน: 17.60
วันที่ 17 ก.ค. 2552 แสดงข่าวมาแล้ว -1วัน 5ช.ม. 8นาที


วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ตีฆ้องพันธบัตรไทยเข้มแข็ง! คลังมั่นใจปลุกตลาดกระหึ่มไม่กระทบดอกเบี้ย



โดย น.ส.สินีนาถ ศรีสินอำไพ (5005106013)

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความตกลงว่าด้วยการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งในปีงบประมาณ 2552 กับ 7 สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกุรงเทพ จำกัด ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ธนาคารกรุงไทย จำกัด ธนาคารทหารไทย จำกัด เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งอายุ 5 ปี วงเงิน 50,000 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดจำหน่ายระหว่างวันที่ 13-21 ก.ค.52 นี้


ทั้งนี้ รายละเอียดของการจำหน่ายพันธบัตรดังกล่าวทั้งหมดได้ประกาศผ่านเว็บไซต์ของกระทรวง การคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารตัวแทนจำหน่าย โดยพันธบัตรออมทรัพย์ ไทยเข้มแข็งมีอัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-2 ที่ 3% ปีที่ 3 ที่ 4% ปีที่ 4-5 ที่ 5% การจำหน่ายพันธบัตรวันที่ 13-14 ก.ค.52 จำหน่ายให้ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จองซื้อขั้นต่ำ 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท วงเงินพันธบัตร 15,000 ล้านบาท วันที่ 15-16 ก.ค.52 จำหน่ายให้ประชาชนทั่วไป และผู้มีสิทธิคือสภากาชาดไทย มูลนิธิ สมาคมสหกรณ์ วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ และนิติบุคคลอื่นที่ไม่แสวงหากำไรซื้อได้ 10,000 บาทขึ้นไปแต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท วงเงินพันธบัตร 15,000 ล้านบาท

ขณะที่วันที่ 17 และ 20-21 ก.ค. เปิดให้ ประชาชนทั่วไปและผู้มีสิทธิวงเงิน 20,000 ล้านบาท ซื้อขั้นต่ำ 10,000 บาทขึ้นไป ไม่จำกัดวงเงิน ทั้งนี้ มั่นใจว่าการออกพันธบัตรออมทรัพย์ในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยในตลาด เนื่อง จากสิ่งแรกที่เกิดขึ้นหลังรัฐบาลจะเดินหน้าออกพันธบัตรคือ สถาบันการเงินต่างพากันปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งจะส่งผลทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ อีกทั้งยังทำให้ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากแคบลง

"จากนี้ต่อไปประชาชนมีความต้องการพันธบัตรออมทรัพย์ฯสูงกว่าวงเงิน 50,000 ล้านบาท รัฐบาลก็พร้อมที่จะพิจารณาออกพันธบัตรออมทรัพย์ฯรอบที่ 2 ให้เร็วที่สุด อีกทั้งมั่นใจว่าการออกพันธบัตรออมทรัพย์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อติดลบอยู่ แล้ว และกระทรวงการคลังก็ได้แก้ปัญหาด้วยการกำหนดผลตอบแทนเป็นขั้นบันไดอยู่แล้ว"

ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า การออกพันธบัตรออมทรัพย์ในลอตต่อไปอาจจะเปิดขายในโอกาสพิเศษ เช่น วันแม่แห่งชาติ ในเดือน ส.ค. หรือวันพ่อแห่งชาติ ในเดือน ธ.ค. วงเงินราว 3 หมื่นล้านบาท อายุพันธบัตร 7 ปี แต่ยังไม่กำหนดอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ มั่นใจว่าจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าตลาดเพื่อจูงใจนักลงทุน ซึ่งปัจจุบันผลตอบแทนในตลาดพันธบัตรอายุ 7 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 3.43% ส่วนอายุ 5 ปี เฉลี่ยที่ 3.03%


แหล่งที่มา ; www.thairath.co.th


คำถาม
1. พิธีลงนามบันทึกความตกลงว่าด้วยการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งในปีงบประมาณ 2552 มีสถาบันเข้าร่วมทั้งหมดกี่สถาบัน อะไรบ้าง?
2. การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง เปิดจำหน่ายเมื่อไหร่?
3. นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ดำรงตำแหน่งอะไร?