
โดย น.ส.สินีนาถ ศรีสินอำไพ (5005106013)
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความตกลงว่าด้วยการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งในปีงบประมาณ 2552 กับ 7 สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกุรงเทพ จำกัด ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ธนาคารกรุงไทย จำกัด ธนาคารทหารไทย จำกัด เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งอายุ 5 ปี วงเงิน 50,000 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดจำหน่ายระหว่างวันที่ 13-21 ก.ค.52 นี้
ทั้งนี้ รายละเอียดของการจำหน่ายพันธบัตรดังกล่าวทั้งหมดได้ประกาศผ่านเว็บไซต์ของกระทรวง การคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารตัวแทนจำหน่าย โดยพันธบัตรออมทรัพย์ ไทยเข้มแข็งมีอัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-2 ที่ 3% ปีที่ 3 ที่ 4% ปีที่ 4-5 ที่ 5% การจำหน่ายพันธบัตรวันที่ 13-14 ก.ค.52 จำหน่ายให้ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จองซื้อขั้นต่ำ 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท วงเงินพันธบัตร 15,000 ล้านบาท วันที่ 15-16 ก.ค.52 จำหน่ายให้ประชาชนทั่วไป และผู้มีสิทธิคือสภากาชาดไทย มูลนิธิ สมาคมสหกรณ์ วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ และนิติบุคคลอื่นที่ไม่แสวงหากำไรซื้อได้ 10,000 บาทขึ้นไปแต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท วงเงินพันธบัตร 15,000 ล้านบาท
ขณะที่วันที่ 17 และ 20-21 ก.ค. เปิดให้ ประชาชนทั่วไปและผู้มีสิทธิวงเงิน 20,000 ล้านบาท ซื้อขั้นต่ำ 10,000 บาทขึ้นไป ไม่จำกัดวงเงิน ทั้งนี้ มั่นใจว่าการออกพันธบัตรออมทรัพย์ในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยในตลาด เนื่อง จากสิ่งแรกที่เกิดขึ้นหลังรัฐบาลจะเดินหน้าออกพันธบัตรคือ สถาบันการเงินต่างพากันปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งจะส่งผลทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ อีกทั้งยังทำให้ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากแคบลง
"จากนี้ต่อไปประชาชนมีความต้องการพันธบัตรออมทรัพย์ฯสูงกว่าวงเงิน 50,000 ล้านบาท รัฐบาลก็พร้อมที่จะพิจารณาออกพันธบัตรออมทรัพย์ฯรอบที่ 2 ให้เร็วที่สุด อีกทั้งมั่นใจว่าการออกพันธบัตรออมทรัพย์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อติดลบอยู่ แล้ว และกระทรวงการคลังก็ได้แก้ปัญหาด้วยการกำหนดผลตอบแทนเป็นขั้นบันไดอยู่แล้ว"
ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า การออกพันธบัตรออมทรัพย์ในลอตต่อไปอาจจะเปิดขายในโอกาสพิเศษ เช่น วันแม่แห่งชาติ ในเดือน ส.ค. หรือวันพ่อแห่งชาติ ในเดือน ธ.ค. วงเงินราว 3 หมื่นล้านบาท อายุพันธบัตร 7 ปี แต่ยังไม่กำหนดอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ มั่นใจว่าจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าตลาดเพื่อจูงใจนักลงทุน ซึ่งปัจจุบันผลตอบแทนในตลาดพันธบัตรอายุ 7 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 3.43% ส่วนอายุ 5 ปี เฉลี่ยที่ 3.03%
แหล่งที่มา ; www.thairath.co.th
คำถาม
1. พิธีลงนามบันทึกความตกลงว่าด้วยการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งในปีงบประมาณ 2552 มีสถาบันเข้าร่วมทั้งหมดกี่สถาบัน อะไรบ้าง?
2. การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง เปิดจำหน่ายเมื่อไหร่?
3. นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ดำรงตำแหน่งอะไร?
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความตกลงว่าด้วยการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งในปีงบประมาณ 2552 กับ 7 สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกุรงเทพ จำกัด ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ธนาคารกรุงไทย จำกัด ธนาคารทหารไทย จำกัด เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งอายุ 5 ปี วงเงิน 50,000 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดจำหน่ายระหว่างวันที่ 13-21 ก.ค.52 นี้
ทั้งนี้ รายละเอียดของการจำหน่ายพันธบัตรดังกล่าวทั้งหมดได้ประกาศผ่านเว็บไซต์ของกระทรวง การคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารตัวแทนจำหน่าย โดยพันธบัตรออมทรัพย์ ไทยเข้มแข็งมีอัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-2 ที่ 3% ปีที่ 3 ที่ 4% ปีที่ 4-5 ที่ 5% การจำหน่ายพันธบัตรวันที่ 13-14 ก.ค.52 จำหน่ายให้ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จองซื้อขั้นต่ำ 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท วงเงินพันธบัตร 15,000 ล้านบาท วันที่ 15-16 ก.ค.52 จำหน่ายให้ประชาชนทั่วไป และผู้มีสิทธิคือสภากาชาดไทย มูลนิธิ สมาคมสหกรณ์ วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ และนิติบุคคลอื่นที่ไม่แสวงหากำไรซื้อได้ 10,000 บาทขึ้นไปแต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท วงเงินพันธบัตร 15,000 ล้านบาท
ขณะที่วันที่ 17 และ 20-21 ก.ค. เปิดให้ ประชาชนทั่วไปและผู้มีสิทธิวงเงิน 20,000 ล้านบาท ซื้อขั้นต่ำ 10,000 บาทขึ้นไป ไม่จำกัดวงเงิน ทั้งนี้ มั่นใจว่าการออกพันธบัตรออมทรัพย์ในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยในตลาด เนื่อง จากสิ่งแรกที่เกิดขึ้นหลังรัฐบาลจะเดินหน้าออกพันธบัตรคือ สถาบันการเงินต่างพากันปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งจะส่งผลทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ อีกทั้งยังทำให้ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากแคบลง
"จากนี้ต่อไปประชาชนมีความต้องการพันธบัตรออมทรัพย์ฯสูงกว่าวงเงิน 50,000 ล้านบาท รัฐบาลก็พร้อมที่จะพิจารณาออกพันธบัตรออมทรัพย์ฯรอบที่ 2 ให้เร็วที่สุด อีกทั้งมั่นใจว่าการออกพันธบัตรออมทรัพย์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อติดลบอยู่ แล้ว และกระทรวงการคลังก็ได้แก้ปัญหาด้วยการกำหนดผลตอบแทนเป็นขั้นบันไดอยู่แล้ว"
ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า การออกพันธบัตรออมทรัพย์ในลอตต่อไปอาจจะเปิดขายในโอกาสพิเศษ เช่น วันแม่แห่งชาติ ในเดือน ส.ค. หรือวันพ่อแห่งชาติ ในเดือน ธ.ค. วงเงินราว 3 หมื่นล้านบาท อายุพันธบัตร 7 ปี แต่ยังไม่กำหนดอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ มั่นใจว่าจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าตลาดเพื่อจูงใจนักลงทุน ซึ่งปัจจุบันผลตอบแทนในตลาดพันธบัตรอายุ 7 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 3.43% ส่วนอายุ 5 ปี เฉลี่ยที่ 3.03%
แหล่งที่มา ; www.thairath.co.th
คำถาม
1. พิธีลงนามบันทึกความตกลงว่าด้วยการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งในปีงบประมาณ 2552 มีสถาบันเข้าร่วมทั้งหมดกี่สถาบัน อะไรบ้าง?
2. การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง เปิดจำหน่ายเมื่อไหร่?
3. นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ดำรงตำแหน่งอะไร?
Ans
ตอบลบ1.7 สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกุรงเทพ จำกัด ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ธนาคารกรุงไทย จำกัด ธนาคารทหารไทย จำกัด
2.เปิดจำหน่ายระหว่างวันที่ 13-21 ก.ค.52
3.ผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)
by 5005106017 จตุพร ญาณนิธิกุล GuMp